Cookies help us deliver our services. By using our services, you agree to our use of cookies.
ทำไมมือใหม่ควรเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวม

ทำไมมือใหม่ควรเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวม

Posted on 2020-09-16
By FRIENDNANCIAL
    การลงทุน คือ วิธีการอย่างหนึ่งที่ทำให้เงินของเราเติบโตงอกเงยขึ้น โดยใช้สินทรัพย์ต่างๆเป็นตัวช่วย เช่น กองทุนรวม หุ้น อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น แต่อย่างที่เรารู้กันว่า การลงทุนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มีผู้คนมากมายที่กระโดดเข้ามาเพื่อแสวงหาผลตอบแทนในตลาดของการลงทุนอยู่เสมอ แต่สุดท้ายก็ต้องย้อมแพ้ออกจากตลาดไปเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่ลงทุน รวมถึงคำว่า ความเสี่ยง ที่มาพร้อมกับผลตอบแทน ยิ่งการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย แล้วสำหรับมือใหม่ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ว่าการลงทุนไม่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จ ดังนั้นถ้ามือใหม่แบบเราอยากจะเริ่มลงทุนควรเริ่มจากอะไรดีละ ???
    กองทุนรวม (Mutual Fund) คือ การระดมเงินลงทุนจากคนจำนวนมากและนำไปจดทะเบียนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อตั้งเป็น กองทุนขึ้นมา โดยจะมี “ผู้จัดการกองทุน” ที่เป็นมืออาชีพ นำเงินของเราไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายของแต่ละกองทุน ซึ่งสินทรัพย์ต่างๆที่กองทุนนำไปลงทุนนั้น จะถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 ประเภทตามความเสี่ยงของสินทรัพย์นั้น ตั้งแต่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากเมื่อลงทุนจนได้รับผลตอบแทน ก็จะนำผลตอบแทนที่ได้มาเฉลี่ยคืนให้กับผู้ลงทุนแต่ละรายตามสัดส่วนที่ลงทุน ในรูปของเงินปันผลหรือไม่ก็ส่วนต่างของราคาครับ

แล้วกองทุนรวมมีดีอะไรที่ทำให้มือใหม่อย่างเราควรลงทุน ???
 
1. กองทุนรวมมีมืออาชีพดูแแลตลอดเวลา
         มืออาชีพที่มาดูแลการลงทุนนั้น คือ ผู้จัดการกองทุนที่แต่ละบลจ.ต้องไปสรรหามือดี เพื่อจะให้มั่นใจว่าเงินทุกบาท ทุกสตางค์ของเราจะถูกนำไปลงทุนให้งอกเงย ซึ่งเป็นหน้าที่หลักๆของผู้จัดการลงทุนเลยที่แทบจะนั่งเฝ้าการลงทุน ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา โดยที่คนธรรมดาอย่างพวกเราโดยส่วนมากนั้นต้องทำงานกันถึง 5 วัน หาเวลาว่างมาดูหรือหาความรู้การลงทุน เต็มที่ก็มีเวลาแค่วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ หรือตอนเย็นหลังเลิกงาน ต่างกับพวกคนเหล่านี้ที่ส่วนมากเรียนจบมาด้านนี้โดยเฉพาะ ใช้เวลาทำงานทั้งชีวิตอยู่กับเรื่องพวกนี้ เรียกว่า ระดับฝีมือและชั่วโมงบิน อาจจะต่างกันเยอะ

2. กองทุนรวมทำให้รายย่อยอย่างพวกเราเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆได้มากขึ้นครับ
       วันนี้สมมติเราอยากซื้อหุ้น Apple ซึ่งหุ้นตัวนี้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกา เราต้องหาวิธีไปเปิดพอร์ตการลงทุนที่ลงในตลาดหลักทรัพย์อเมริกาได้ซึ่งขั้นต่ำก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ นอกจากนี้เราถือเงินบาทอยู่ เราก็ต้องเปิดพอร์ตการลงทุนเป็นเงินสกุลดอลลาร์ เราก็ต้องไปแลกเงินดอลลาร์ไปให้เขาอีกเรียกได้ว่าขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากไปหมด ซึ่งพอมีเรื่องค่าเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีผลต่อผลตอบแทนของหุ้น Apple เราอีก ตรงนี้ก็เป็นจุดโชคดีครับที่ในประเทศไทยหลายๆ บลจ. ได้มีออกกองทุนที่นำเงินเราไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศได้ โดยเริ่มต้นใช้เงินลงทุนขั้นต่ำน้อยมากๆ และยังดูแลเรื่องความเสี่ยงจากค่าเงินให้เราอีกด้วย

3. สิทธิประโยชน์ทางภาษี
         บางคนคงเคยได้ยิน LTF, RMF มาบ้าง แต่พอขึ้นปี พ.ศ. 2563 ก็มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย เพราะ LTF นั้นไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีได้แล้ว แต่ปีนี้ก็จะมี SSF เข้ามาแทน แน่นอนว่า การซื้อกองทุนเหล่านี้ทำให้เราสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ แล้วแถมยังประโยชน์ในด้านการลงทุนให้งอกเงยอีกต่างหาก โดยพูดง่ายๆก็เหมือนเราลงทุนอย่างเดียวแต่ได้ประโยชน์มากถึงสองต่อเลยทีเดียว ที่สำคัญต้องศึกษากฎและเงื่อนไขการลงทุนของ SSF และ RMF เพิ่มเติมด้วยนะ เพราะถ้าหากขายออกมาก่อนกำหนด ซึ่งถือว่าเป็นการผิดกฏ เราก็ต้องเสียค่าปรับและดอกเบี้ยนะครับ
 
          
แม้ว่าการลงทุนกับกองทุนรวมจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่  ทั้งโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคารแต่อย่างไรก็ตามการลงทุนนั้นย่อมมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนเป็นของคู่กัน  ดังนั้นผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้าเงื่อนไขผลตอบแทนความเสี่ยงและสิทธิประโยชน์ทางภาษีก่อนตัดสินใจลงทุน ขอให้ทุกคนลงทุนอย่างมีความสุขนะครับ
บทความโดย
เมื่อวันที่ 2020-09-16

Share This Blog