Cookies help us deliver our services. By using our services, you agree to our use of cookies.
การวางแผนประกันภัยคืออะไร

การวางแผนประกันภัยคืออะไร

Posted on 2020-09-19
By FRIENDNANCIAL
   ทุกคนเชื่อหรือไม่ครับว่าในการดำเนินชีวิตแต่ละวันนั้นเราทุกคนนั้นกำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงต่างๆอยู่และอาจได้รับผลกระทบจากความเสียหายที่เกิดจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา  เพียงแค่จุดที่เราก้าวขาออกจากบ้านก็อาจจะสะดุดล้มจนร่างกายได้รับบาดเจ็บหรือแม้แต่การขับรถไปยังที่ทำงานในตอนเช้าเราอาจจะประสบอุบัติเหตุขับรถชนกับรถคันอื่นชนกับผู้คนที่เดินข้ามถนนเป็นต้นซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายหรืออาจแรงร้ายถึงชีวิตนอกจากความเสียหายทางกายแล้วยังก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านการเงินที่จะต้องนำมาซ่อมแซมทรัพย์สินรักษาอาการบาดเจ็บของร่างกายซึ่งยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงปริมาณเงินเก็บและความมั่งคั่งของตนเอง  เนื่องจากเราไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่มีผลกระทบแค่ไหนดังนั้นเพื่อที่จะลดความเสียหายที่เกิดขึ้นในอนาคตการประกันภัยจึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ไปได้ไม่ยากครับ

   การประกันภัย คือ การบริหารความเสี่ยงภัยวิธีหนึ่ง โดยใช้วิธีการโอนความเสี่ยงภัยของผู้เอาประกันภัยไปยังบริษัทประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนตามที่ได้รับความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัยตามที่ได้ตกลงกันไว้   ซึ่งรูปแบบของการประกันภัย แบ่งออกเป็น 2 แบบครับ ได้แก่

1. การประกันชีวิต (Life Insurance)


   การประกันชีวิต หมายถึง การสร้างหลักประกันให้แก่คนที่อยู่ในการดูแลของเราและให้แก่ตัวเราเอง เป็นการประกันต่อความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น โดยปกติ สัญญาประกันชีวิตจะมีการระบุว่า จะมีการจ่ายผลประโยชน์ให้กับผู้เอาประกันภัยนั้น 2 เงื่อนไข 1. อยู่ครบระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา 2. เสียชีวิตภายระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา จะเห็นได้ว่า การประกันชีวิตนั้นมีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นการออมและส่วนที่คุ้มครองการเสียชีวิต โดยในส่วนที่เป็นการออม เมื่อเรามีการจ่ายเบี้ยประกันให้กับบริษัท บริษัทก็จะนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มั่นคงภายในการกำกับดูแลของรัฐ และนำผลตอบแทนที่ได้ส่วนหนึ่งให้กับผู้เอาประกัน อีกส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนคุ้มครองการเสียชีวิต บริษัทก็จะกันเงินไว้ส่วนหนึ่งเพื่อชดเชยให้กับคนที่อยู่ในการดูแลของผู้เอาประกัน เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตลง ทำให้ครอบครัวสามารถอยู่ได้โดยไม่ได้รับผลกระทบทางการเงินมากนัก และโดยอาจมีการซื้อสัญญาเพิ่มเติม เพื่อความคุ้มครองในด้านอื่นๆ เช่น การประกันอุบัติเหตุและสูญเสียอวัยวะ การประกันกรณีทุพพลภาพ รวมไปถึงการประกันสุขภาพ เป็นต้น

2. การประกันวินาศภัย (Non-Life Insurance)


   หมายถึง การประกันภัยทุกประเภทที่นอกเหนือจาก การประกันชีวิต โดย ผู้รับประกันภัยตกลงจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้ผู้เอาประกันภัย หากทรัพย์สินที่ได้ทําประกันภัยเอาไว้เกิดความสูญเสีย หรือ เสียหายจากภัยต่างๆ ซึ่งความเสียหายนั้นสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ โดยการประกันวินาศภัยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ 

  • การประกันอัคคีภัย (Fire Insurance)
  • การประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance)
  • การประกันภัยทางทะเล (Marine Insurance)
  • การประกันเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous/Casualty Insurance)
 
   สุดท้ายแล้ว หากเราเปรียบการประกันภัยเสมือนร่ม ถ้าหากวันนี้เป็นวันที่อากาศดี เราอาจจะรู้สึกว่า ร่มที่เราพกมานั้นเป็นเหมือนภาระที่เราต้องหอบหิ้วมันไปทุกที่ แต่ถ้าหากวันไหนที่ฝนตกในขณะที่เราต้องเดินทางไปซักที่นึง เราก็จะรู้สึกว่า ร่มนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นขึ้นมาทันที นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่า วันไหนฝนจะตก วันไหนแดดจะออก วันไหนที่เราต้องเตรียมร่มไปด้วย แม้แต่กรมอุตุฯ ที่มีเครื่องมือคาดการณ์พร้อม ก็ยังไม่กล้าฟันธง 100% เลย นับประสาอะไรกับคนธรรมดาแบบเราจริงมั้ยครับ ??? ดังนั้นอย่าลืมกลับมาถามตัวเองว่า ถ้าวันนี้เป็นอีกวันที่ฝนตก คุณมีร่มของคุณแล้วหรือยัง ???
บทความโดย
เมื่อวันที่ 2020-09-19

Share This Blog